แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bleach แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bleach แสดงบทความทั้งหมด

แปลเพลง Bleach OP6 - Alones

BLEACH OP6
Alones - Aqua Timez

เพลง Alones จาก Aqua Timez ถูกนำมาใช้ในอนิเมะ
Bleach เทพมรณะ ตอนที่ 121 ถึงตอนที่ 143
ซึ่งช่วงเวลาของเพลงนี้ออกอากาศในญี่ปุ่นเมื่อวันที่
11 เมษายน 2007 - 3 ตุลาคม 2007

เนื้อเพลง/คำแปล

oreta awai tsubasa
kimi wa sukoshi
aosugiru sora ni tsukareta dake sa
mou dareka no tame ja nakute
jibun no tame ni waratte ii yo
ปีกจาง ๆ ที่หักอยู่
เธอเองก็แค่
เหนื่อยนิดหน่อยกับท้องฟ้าที่ฟ้าเกินไป
ไม่ใช่เพื่อใครอีกต่อไป
ยิ้มให้ตัวเองก็พอแล้ว

izen to shite shinobiyoru kodoku
uchigawa ni tomoru rousoku
nigiwau paatii gouka na shanderia to wa urahara ni
tarinai kotoba no
kubomi wo nani de umetara ii ndarou
mou wakaranai yo
ความโดดเดี่ยวค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาอย่างเช่นเคย
เทียนที่ส่องสว่างอยู่ข้างใน
ตรงข้ามกับโคมระย้าตระการตา ปาร์ตี้ที่พลุกพล่าน
หากทดแทนบางสิ่งให้เติมเต็ม
ในส่วนที่ทรุดตัวลงไปของคำพูดที่ขาดหายจะดีไหมนะ
ไม่รู้อีกต่อไปแล้ว

semete yume no naka de
jiyuu ni oyogetara anna sora mo iranai no ni
kinou made no koto wo
nuritsubusa nakute mo asu ni mukaeru no ni
ทั้ง ๆ ที่หากในฝันสามารถแหวกว่ายได้อย่างอิสระ
ก็ไม่จำเป็นต้องมีท้องฟ้าแบบนั้น
ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องแต่งแต้มเรื่องราวจนถึงเมื่อวาน
ก็สามารถเผชิญหน้ากับวันพรุ่งนี้ได้

oreta awai tsubasa
kimi wa sukoshi
aosugiru sora ni tsukareta dake sa
mou dareka no tame ja nakute
jibun no tame ni waratte ii yo
ปีกจาง ๆ ที่หักอยู่
เธอเองก็แค่
เหนื่อยนิดหน่อยกับท้องฟ้าที่ฟ้าเกินไป
ไม่ใช่เพื่อใครอีกต่อไป
ยิ้มให้ตัวเองก็พอแล้ว

rettoukan to no wakai wa
kantan ni wa kanawanaisa
jiishiki no teppen ni suwaru
kagami ga utsusu hanabira
furishiboru you ni
yogoreta ai wo sakende miru keredo
modokashikute
การยอมรับกับความรู้สึกที่เป็นปมด้อยน่ะ
ทำให้มันเป็นความจริงไม่ใช่ง่าย ๆ หรอก
กระจกที่สะท้อนให้เห็นกลีบดอกไม้
ยังอยู่บนยอดของความรู้สำนึกตน
ลองตะโกนเรียกหาความรักอันเปรอะเปื้อน
ออกไปอย่างสุดเสียงแต่ว่า
มันช่างน่าหงุดหงิด

meguru toki no naka de
kizuguchi wa yagate
kasabuta ni kawatte iku
kimi wa sore wo matazu
totemo utsukushiku
totemo hakanage de
ท่ามกลางเวลาที่หมุนวนไปมา
ปากแผลก็จะเปลี่ยน
เป็นสะเก็ดแผลในที่สุด
เธอไม่รอเรื่องนั้น
ช่างแสนงดงาม
ช่างไม่ยืนยง

hagare ochita ato no
ubuge no you ni
hidamari no naka de furueru inori
ima wa muri ni dareka no koto
aisou to omowanakute ii no ni
ราวกับขนอ่อน
หลังจากที่หลุดร่วงลงมา
คำอธิษฐานที่สั่นไหวท่ามกลางที่ที่มีแดดส่อง
ทั้ง ๆ ที่ในตอนนี้ไม่จำเป็น
ที่จะต้องฝืนรักใครแล้ว

toki ni kono sekai wa ue wo muite aruku ni wa
sukoshi mabushii sugiru ne
shizumu you ni
me wo fuseru to kawaita jimen ga namida wo susuru
พอเดินขึ้นไปข้างหน้าบนโลกใบนี้บางทีก็
สว่างมากไปหน่อยเนอะ
ราวกับจมลงไป
หลบสายตาลงต่ำและให้พื้นดินที่แตกระแหงซับน้ำตาเราไว้

Why do we feel so alone anytime?
subete wo uketomenakute mo ii yo
Why do we feel so alone anytime?
koraeru koto dakedo yuuki ja nai
ทำไมเราถึงรู้สึกโดดเดี่ยวได้ตลอดเวลา
ไม่จำเป็นต้องรับไว้ทุกอย่างหรอกนะ
ทำไมเราถึงรู้สึกโดดเดี่ยวได้ตลอดเวลา
แค่อดทนเอาไว้มันไม่ใช่ความกล้าหาญหรอกนะ

สามารถดูเพลงอื่น ๆ จาก Bleach ได้ คลิกที่นี่

ฟังเพลงประกอบ คลิกที่นี่

แปลเพลง Bleach OP9 - Velonica

BLEACH OP9
Velonica - Aqua Timez

เพลง Velonica จาก Aqua Timez ถูกนำมาใช้ในอนิเมะ
Bleach เทพมรณะ ตอนที่ 190 ถึงตอนที่ 214
ซึ่งช่วงเวลาของเพลงนี้ออกอากาศในญี่ปุ่นเมื่อวันที่
14 ตุลาคม 2008 - 7 เมษายน 2009

เนื้อเพลง/คำแปล

zasetsu mamire ryuukou ni magire 
shiawase na furi wo shite utau
motto hashire to iikikashite 
mubou ni mo sotto kazakami e
kita michi wo ichibetsu yutori wa gomen 
shimensoka sansen ni tsugu One Game
"yama ari tani ari gake ari" 
chiri wa tsumotteku
hateshinai tabi no tochuu de 
machi no hazure ni tachiyoru
tsukareta ryouashi wo sotto nagedashite 
nekorobu to kurikaesareru asai nemuri
nando mo onaji ano yokogao 
nando mo onaji ano kotoba wo...
"ikiteru dake de kanashii to omou no wa 
watashi dake na no?" to
เต็มไปด้วยความท้อใจ ไถลเข้าไปในแฟชั่นสมัยนิยม
ทำเป็นร้องเพลงแสร้งว่ามีความสุข
บอกตัวเองให้วิ่งไปให้ไกลขึ้นอีก
ค่อย ๆ มุ่งหน้าทวนลมไปแบบไม่ยั้งคิด
มีเวลาว่างเหลือบมองทางที่วิ่งผ่านมา ขอโทษนะ
ล้อมรอบไปด้วยศัตรู สิ่งที่ตามมาหลังจากเข้าร่วมศึกก็คือเกม ๆ นึง
"มีภูเขา หุบเขา และหน้าผา"
เศษฝุ่นกำลังเพิ่มขึ้น
ในระหว่างการเดินทาง
ฉันหยุดยืนอยู่ตรงชานเมือง
ค่อย ๆ ทิ้งขาทั้งสองข้างที่เหนื่อยล้าลงไป
พอล้มตัวลงนอนก็วนเวียนอยู่กับการหลับไม่สนิท
เห็นใบหน้าด้านข้างเดิม ๆ นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ได้ยินคำพูดเดิม ๆ นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"มีฉันเพียงคนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่า
แค่มีชีวิตอยู่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าแล้ว"

tabako no kemuri ga chuu wo uneri utsuro ni kieru
kitto mada chikara naki osanai hi ni
ควันบุหรี่ลอยคดเคี้ยวไปในอากาศและหายกลายเป็นความว่างเปล่า
ในวันที่เราคงจะยังเด็กและมีพลังไม่มากพอ

minakute ii kanashimi wo mitekita kimi wa ima
koraenakute ii namida wo koraete sugoshiteru
honto no koto dake de ikiteyukeru hodo
bokura wa tsuyoku nai sa tsuyoku nakute ii
ii?
ตัวเธอในตอนนี้ที่เห็นความเศร้าที่ไม่จำเป็นต้องเห็น
อดทนผ่านน้ำตาที่ไม่จำเป็นต้องทน
พวกเราไม่เข้มแข็งพอจะใช้ชีวิตอยู่กับแค่ความจริง
ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งเลย
โอเคนะ

mochiageta mabuta sekai wa haru da 
sakurairo no kaze wo kakiwakete
haruka kanata e mukau tochuu 
kono nanohanabatake ni kimi wa ita no ka na
kono sora ni tori no shiroi habataki wo 
boku ga sagasu aida kitto
kimi wa daichi ni mimi wo sumashi 
ari no kuroi ashioto wo sagashitandarou na
พอลืมตาขึ้นมาโลกก็เป็นฤดูใบไม้ผลิ
แหวกผ่านสายลมสีซากุระ
ระหว่างทางมุ่งหน้าไปยังที่ที่ไกลแสนไกล
เธอได้อยู่ในทุ่งดอก Rape Blossoms หรือเปล่านะ
ระหว่างที่ฉันค้นหานกสีขาว
ที่กระพือปีกบนท้องฟ้านี้
เธอก็คงจะเงี่ยหูฟังผืนดิน
และตามหาเสียงฝีเท้าของมดดำอยู่ใช่ไหมนะ

piero no you na kamen wo haide 
taiyou ni wasurerareta oka ni tachi
ดึงหน้ากากที่เหมือนเป็นตัวตลกออกมา
ยืนบนเนินเขาที่ถูกพระอาทิตย์หลงลืม

tsuki no hikari wo abite fukaku iki wo suu
sara no wareru oto mo donarigoe mo nai sekai
nukumori ga naku tatte ikite wa yukeru sa
dakedo bokura ikiteru dake ja tarinakute
อาบแสงจันทร์ สูดหายใจเข้าลึก ๆ
โลกที่ไม่มีทั้งเสียงตะโกน ทั้งเสียงจานแตก
ถึงแม้จะไม่มีความอบอุ่น ชีวิตก็ยังดำเนินต่อไปได้
แต่ว่าสำหรับเราแค่มีชีวิตอยู่มันยังไม่พอ

mebuku daichi ya buatsui miki ya 
kiesaru niji ya sugisaru hibi ya
yozora no supika shiki no fushigi ga 
oshietekureta shinjitsu wo sagashitsuzukeru bokura ni
ผืนดินที่แตกหน่อ  ลำต้นที่แน่นหนา
สายรุ้งที่หายไป วันเวลาที่ผันผ่าน
ดาวสไปก้าแห่งท้องฟ้ายามราตรี ความลึกลับของฤดูทั้งสี่
ได้สอนเราผู้ที่ยังคงค้นหาความจริงอยู่

doko made tabi wo shite mo inochi no hajimari wa
ikite ai saretai to naita hitori no akago
koko de wa nai dokoka wo mezasu riyuu to wa
kokoro de wa nai dokoka ni kotae wa nai to shiru tame
แม้จะเดินทางไปจนถึงไหนก็ตาม จุดเริ่มต้นของชีวิตน่ะ
ก็เป็นเด็กทารกตัวคนเดียวที่ร้องไห้เพื่อจะมีชีวิตอยู่และอยากถูกรัก
เหตุผลที่มุ่งไปข้างหน้าที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ตรงนี้ก็เพราะ
เพื่อที่จะรับรู้ว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่แห่งหนใดเลยหากแต่อยู่ในหัวใจต่างหาก

สามารถดูเพลงอื่น ๆ จาก Bleach ได้ คลิกที่นี่

แปลเพลง Bleach OP7 - After Dark

BLEACH OP7
After Dark - Asian Kung-Fu Generation

เพลง After Dark จาก Asian Kung-Fu Generation ถูกนำมาใช้ในอนิเมะ
Bleach เทพมรณะ ตอนที่ 144 ถึงตอนที่ 167
ซึ่งช่วงเวลาของเพลงนี้ออกอากาศในญี่ปุ่นเมื่อวันที่
17 ตุลาคม 2007 - 16 เมษายน 2008

เนื้อเพลง/คำแปล

senaka no kage ga nobikiru sono aima ni nigeru
hagare ochita hana ni mo kidzukazu ni tobu
หลีกหนีออกมาในช่วงเวลานั้นที่เงาจากหลังจะแผ่ขยายออกมา
โบยบินออกมาโดยไม่แม้แต่สังเกตดอกไม้ที่ร่วงโรย

machikado amai nioi ryuusen
tooku mukou kara
dokoka de kiita you na nakigoe
ตรงหัวมุมถนนกลิ่นอันหอมหวานล่องลอยมา
จากอีกฟากฝั่งที่ไกลออกไป
เสียงร้องไห้ราวกับว่าเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน

yokaze ga hakobu awai kibou wo nosete
doko made yukeru ka?
sore wo kobamu you ni sekai wa yurete
subete wo ubai saru
yume nara sameta dakedo bokura wa
mada nanimo shiteinai 
susume
ล่องไปบนความหวังอันเลือนรางที่ถูกพัดพาไปด้วยสายลมยามค่ำคืน
จะไปถึงไหนกันนะ
โลกสั่นไหวช่วงชิงทุกสิ่งไปราวกับจะปฏิเสธอย่างนั้น
ตื่นขึ้นมาจากฝันแล้วล่ะ
เพียงแต่ว่าพวกเราน่ะยังทำอะไรไม่สำเร็จเลยสักอย่าง
เดินหน้าไป

mahiru no taida wo tachikiru you na soburi de ukabu
umare ochita kumo made miorosu you ni tobu
ล่องลอยไปด้วยท่าทีราวกับว่าจะตัดความเฉื่อยชาตอนกลางวันทิ้งไป
โบยบินไปราวกับว่าเมินเฉยหมู่เมฆที่ได้ก่อตัวขึ้นมา

machikado chi no nioi ryuusen
tooku mukou kara
dokoka de kiita you na nakigoe
ตรงหัวมุมถนนกลิ่นคาวเลือดล่องลอยมา
จากอีกฟากฝั่งที่ไกลออกไป
เสียงร้องไห้ราวกับว่าเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน

dorodoro nagareru fukaku akai
tsuki ga arawarete furareru sai
detarame na hibi wo tachikiritai
nani kuwanu kao de owaranu you ni
ดวงจันทร์สีแดงเข้มไหลไปอย่างขุ่นมัว
ปรากฏขึ้นมา ทอยลูกเต๋าออกไป
อยากจะตัดขาดวันเวลาที่เหลวไหล
เพื่อไม่ให้จบลงไปด้วยใบหน้าอันไร้เดียงสา

yokaze ga hakobu awai kibou wo nosete
doko made yukeru ka?
sore wo kobamu you ni sekai wa yurete
subete wo ubai saru
yume nara sameta dakedo bokura wa
mada nanimo shiteinai
susume
ล่องไปบนความหวังอันเลือนรางที่ถูกพัดพาไปด้วยสายลมยามค่ำคืน
จะไปถึงไหนกันนะ
โลกสั่นไหวช่วงชิงทุกสิ่งไปราวกับจะปฏิเสธอย่างนั้น
ตื่นขึ้นมาจากฝันแล้วล่ะ
เพียงแต่ว่าพวกเราน่ะยังทำอะไรไม่สำเร็จเลยสักอย่าง
เดินหน้าไป

สามารถดูเพลงอื่น ๆ จาก Bleach ได้ คลิกที่นี่

ดู MV เพลงนี้ คลิกที่นี่

แปลเพลง Bleach OP1 - *~Asterisk~


BLEACH OP1
*~Asterisk~ - ORANGE RANGE

เพลง *~Asterisk~ จาก ORANGE RANGE ถูกนำมาใช้ในอนิเมะ
Bleach เทพมรณะ ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 25
ซึ่งช่วงเวลาของเพลงนี้ออกอากาศในญี่ปุ่นเมื่อวันที่
5 ตุลาคม 2004 - 29 มีนาคม 2005
เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ยาวมาก ๆ เลยล่ะครับ

เนื้อเพลง/คำแปล

miageta yozora no hoshitachi no hikari
inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru koto naku todoku
kirari hitomi ni utsuru dareka no sakebi
kaze ni omoi wo tsuki ni negai wo
chikara aru kagiri ikitekunda kyou mo
bokura no omoi mo itsuka dareka no mune ni
hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni
แสงสว่างของหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรีที่แหงนมอง
ความรู้สึกและความปรารถนาในอดีตก้าวข้ามผ่านยุคสมัยส่งมาถึงโดยไม่เลือนราง
เสียงกู่ร้องของใครบางคนสะท้อนเข้ามาในดวงตาที่เปล่งประกาย
ส่งความรู้สึกไปยังสายลม ส่งคำวิงวอนไปยังดวงจันทร์
จะมีชีวิตต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรง ในวันนี้ก็เช่นกัน
ความรู้สึกของเราก็ด้วย สักวันจะไปอยู่ในใจของใครบางคน
เปล่งประกายกันต่อไปให้เหมือนกับดาวดวงนั้น

hitotsu futatsu kane no ne wa hibiku
kokoro no naka e to hiroku fukaku
monogatari no you na hoshi no shizuku
sono naka ni hosoi senro wo kizuku
หนึ่ง สอง เสียงระฆังดังขึ้น
แผ่ขยายลึกลงไปยังก้นบึ้งของหัวใจ
เรื่องราวที่เหมือนกับหยาดหยดของดวงดาว
ภายในนั้นมีเส้นทางเล็ก ๆ อยู่เต็มไปหมด

jikan to tomo ni jidai wa ugoku
nagareru hoshi wa shizuka ni ugoku
me wo tojite mimi wo sumaseba G-O-O-D BYE
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
ดาวตกก็ผ่านไปอย่างไร้ซึ่งสุ้มเสียง
ลองหลับตาลงและฟังเสียงอาจจะได้ยินคำว่าลาก่อน

oozora ippai no shirokuro shashin nabiku mafuraa shiroi iki
sukoshi demo chikazuki takute ano takadai made kakeashi de
omoitai bouenkyou toridasu to renzu hamidashita sutaadasuto
jikan wo ubawareta jikan jidai wo koetekuru roman
ภาพถ่ายขาวดำของท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ผ้าพันคอที่พลิ้วไหวไปมา ลมหายใจสีขาว
อยากจะเข้าไปใกล้อีกแม้เพียงสักนิด วิ่งไปยังเนินสูงที่อยู่ตรงนั้น
เอากล้องส่องทางไกลอันหนักอึ้งออกมากับเลนส์ที่เต็มไปด้วยละอองดาว
เวลาที่เลยผ่านไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องราวโรแมนซ์ที่ข้ามผ่านยุคสมัย

hanate hikari makezu ni shikkari
ima toki wo koe dareka ni todoku made
eikou no hikari wa kono mukou ni kimitachi to tsukutteiku sutoorii
แสงสว่างที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ท้อถอย
บัดนี้ข้ามผ่านกาลเวลาไปจนกว่าจะถึงใครสักคน
แสงสว่างที่เจิดจรัสนั้นเป็นเรื่องราวที่จะร้อยเรียงขึ้นมากับพวกเธอ ณ ปลายทางแห่งนี้

miageta yozora no hoshitachi no hikari
inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru koto naku todoku
kirari hitomi ni utsuru dareka no sakebi
kaze ni omoi wo tsuki ni negai wo
chikara aru kagiri ikitekunda kyou mo
bokura no omoi mo itsuka dareka no mune ni
hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni
แสงสว่างของหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรีที่แหงนมอง
ความรู้สึกและความปรารถนาในอดีตก้าวข้ามผ่านยุคสมัยส่งมาถึงโดยไม่เลือนราง
เสียงกู่ร้องของใครบางคนสะท้อนเข้ามาในดวงตาที่เปล่งประกาย
ส่งความรู้สึกไปยังสายลม ส่งคำวิงวอนไปยังดวงจันทร์
จะมีชีวิตต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรง ในวันนี้ก็เช่นกัน
ความรู้สึกของเราก็ด้วย สักวันจะไปอยู่ในใจของใครบางคน
เปล่งประกายกันต่อไปให้เหมือนกับดาวดวงนั้น

ubugoe ageta chiisana hikari ookii na hikari jikuu wo koe deai
subete no kagayaki ga hitotsu tonari tsukuridasu monogatari
แสงเล็ก ๆ และแสงอันยิ่งใหญ่ก้าวข้ามผ่านกาล-อวกาศมาพบกันด้วยเสียงร้องแรกเกิด
แสงสว่างรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ถักทอขึ้นมาเป็นเรื่องราว

ten to ten wo musubu seiza no you ni dareka ni totte
bokura mo kirei na e egaketetara ii ne
ราวกับกลุ่มดาวที่เชื่อมจุดเข้าด้วยกัน ถ้าหากได้วาดรูป
ที่ไม่ว่าพวกเราหรือใครก็ตามเห็นว่าสวยก็คงดีนะ

miageta goran yo hora fuyu no daiamondo
yuruyaka na ama no gawa sugu yuuki tori modoseru kara
ลองมองขึ้นไปดูสิ นี่ไง เพชรแห่งฤดูหนาว
ทางช้างเผือกที่เคลื่อนไปอย่างช้า ๆ อีกไม่นานจะมอบความกล้ากลับคืนมา

hanate hikari makezu ni shikkari
ima toki wo koe dareka ni todoku made
eikou no hikari wa kono mukou ni kimitachi to tsukutteiku sutoorii
แสงสว่างที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ท้อถอย
บัดนี้ข้ามผ่านกาลเวลาไปจนกว่าจะถึงใครสักคน
แสงสว่างที่เจิดจรัสนั้นเป็นเรื่องราวที่จะร้อยเรียงขึ้นมากับพวกเธอ ณ ปลายทางแห่งนี้

miageta yozora no hoshitachi no hikari
inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru koto naku todoku
kirari hitomi ni utsuru dareka no sakebi
kaze ni omoi wo tsuki ni negai wo
chikara aru kagiri ikitekunda kyou mo
bokura no omoi mo itsuka dareka no mune ni
hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni
แสงสว่างของหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรีที่แหงนมอง
ความรู้สึกและความปรารถนาในอดีตก้าวข้ามผ่านยุคสมัยส่งมาถึงโดยไม่เลือนราง
เสียงกู่ร้องของใครบางคนสะท้อนเข้ามาในดวงตาที่เปล่งประกาย
ส่งความรู้สึกไปยังสายลม ส่งคำวิงวอนไปยังดวงจันทร์
จะมีชีวิตต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรง ในวันนี้ก็เช่นกัน
ความรู้สึกของเราก็ด้วย สักวันจะไปอยู่ในใจของใครบางคน
เปล่งประกายกันต่อไปให้เหมือนกับดาวดวงนั้น

kono sora wa hitotsu doko made mo hiroku
sou umi no mukou ima umareru ibuki taetareru inochi
hoshi wa terasu megami no gotoku
nagaku tsuzuku kurikaesu shunkashuutou* no
isshun demo ii sukoshi de ii omoi wo kizamu
tada hatenaku toki wo koe kagayaki dasu
ท้องนภานี้มีเพียงหนึ่งเดียวแผ่ขยายไปทั่วทุกหนแห่ง
และอีกฟากของท้องทะเลตอนนี้นั้นก็มีชีวิตที่กำลังได้หายใจและชีวิตที่ดับไป
ดวงดาวสาดแสงราวกับพระเจ้า
ระยะเวลาดำเนินซ้ำไปมาผ่านทั้ง 4 ฤดู*
แค่ครู่เดียวก็ยังดี สักวินาทีก็ยังดี ให้ได้จารึกลงไปในความรู้สึก
เพียงให้ได้ส่องสว่างข้ามผ่านกาลเวลาอย่างไม่รู้จบ

monogatari wa kokoro no naka de tsuzuiteiru
ano hi no kimi wa itsuka yogisha ni notte
เรื่องราวดำเนินไปอยู่ข้างในหัวใจ
เธอในวันนั้นสักวันนึงจะขึ้นรถไฟรอบดึกไป

miageta yozora no hoshitachi no hikari
inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru koto naku todoku
kirari hitomi ni utsuru dareka no sakebi
kaze ni omoi wo tsuki ni negai wo
chikara aru kagiri ikitekunda kyou mo
แสงสว่างของหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรีที่แหงนมอง
ความรู้สึกและความปรารถนาในอดีตก้าวข้ามผ่านยุคสมัยส่งมาถึงโดยไม่เลือนราง
เสียงกู่ร้องของใครบางคนสะท้อนเข้ามาในดวงตาที่เปล่งประกาย
ส่งความรู้สึกไปยังสายลม ส่งคำวิงวอนไปยังดวงจันทร์
จะมีชีวิตต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรง ในวันนี้ก็เช่นกัน

miageta yozora no hoshitachi no hikari
inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru koto naku todoku
bokura no omoi mo itsuka dareka no mune ni
hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni
แสงสว่างของหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรีที่แหงนมอง
ความรู้สึกและความปรารถนาในอดีตก้าวข้ามผ่านยุคสมัยส่งมาถึงโดยไม่เลือนราง
ความรู้สึกของเราก็ด้วย สักวันจะไปอยู่ในใจของใครบางคน
เปล่งประกายกันต่อไปให้เหมือนกับดาวดวงนั้น

hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni
เปล่งประกายกันต่อไปให้เหมือนกับดาวดวงนั้น

*คำว่า 春夏秋冬 shunkashuutou (ชุนคาชูโทว) แปลว่า 4 ฤดู ซึ่งประกอบไปด้วย
ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ตามลำดับ

สามารถดูเพลงอื่น ๆ จาก Bleach ได้ คลิกที่นี่

ฟังเพลงประกอบ คลิกที่นี่